6 เคล็ดลับ ในการสร้าง “ความประทับใจเมื่อแรกพบ (First Impression)”

16625

ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้ว ช่วงเวลาในการสร้าง “First Impression” หรือ ความประทับใจแรกพบ นั้น จะเกิดขึ้นเพียงแค่ 7 วินาทีแรกเท่านั้น เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณต้องการจะสร้างความประทับใจในการออกงานอีเว้นท์ การประชุมทางธุรกิจ หรืองานสำคัญอะไรก็ตาม คุณต้องมีความกระตือรือร้นที่จะสร้างความประทับแรกพบอย่างเร็วพลัน!

และหากคุณต้องการจะสร้างความประทับใจที่ดีและเป็นที่น่าจดจำล่ะก็ นี่คือ 6 เคล็ดลับสำคัญ ที่ควรนำไปปรับใช้กันครับ

1. การยิ้ม

ยิ้ม

รอยยิ้ม คือ หน้าต่างของหัวใจ

การยิ้ม เป็นอันดับแรกในลิสต์นี้ ก็เพราะว่า 48 เปอร์เซ็นต์ของคนอเมริกัน รู้สึกว่ารอยยิ้มของคน ๆ หนึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าจดจำที่ในการพบกันเป็นครั้งแรก ดังนั้น สีหน้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ หากต้องการสร้างความประทับใจแรกพบ

ถึงแม้ว่ารอยยิ้มจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การที่คุณยิ้มกว้างเกินไป จะทำให้ดูเหมือนว่ากำลังพยายามปกปิดความประหม่าไว้ภายใน หรือคนอื่นอาจจะมองว่าคุณเป็นคนหยิ่งก็ได้ เพราะฉะนั้นรอยยิ้มเพียงเล็ก ๆ ก็มีค่ามหาศาลแล้ว

การยิ้มไม่ได้เพียงช่วยให้คนที่อยู่รอบข้างคุณรู้สึกสบายใจเท่านั้น แต่มันยังช่วยลดฮอร์โมนความเครียดที่จะส่งผลเสียต่อร่างกายคุณได้อีกด้วย ซึ่งงานวิจัยมากมายนับไม่ถ้วนได้ยืนยันแล้วว่าการยิ้มสามารถทำให้คุณอายุยืนได้

การพยายามจะสร้างความประทับใจที่ดีกับผู้อื่น อาจทำให้คุณเครียดหรือกังวลใจได้ ดังนั้น การยิ้มจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะลดความเครียดไปได้เช่นกัน

2. การจับมืออย่างมั่นใจ

การจับมือทักทายล้วนถูกยอมรับโดยสากลแล้วว่าเป็น สัญลักษณ์ของมารยาท การจับมือให้ถูกวิธียังสามารถสร้างความมั่นใจให้คุณได้อีกด้วย บางครั้งคุณอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่การจับมือทักทายถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครที่ชอบการจับมือทักทายที่บีบแน่นเกินไปหรือหลวมเกินไป ทุกคนล้วนต้องการการจับมือแบบพอดีกันทั้งนั้น

3. การกล่าวคำทักทาย

people

หากคุณต้องการให้ 7 วินาทีแรกที่คุณได้พบเจอใครสักคนนั้นมีประสิทธิภาพ การเอ่ยคำทักทายเล็กๆ น้อยๆ เมื่อมีโอกาสถือเป็นเรื่องที่ดีทีเดียว อาจกล่าวคำง่ายๆ เช่น “ยินที่ดีได้รู้จักนะครับ/ค่ะ” หลังจากทำการทักทายกัน ก็สามารถลดความตึงเครียดในบทสนทนาได้

4. การพูดจาฉะฉานชัดเจน

หลายๆ คนมักมีเรื่องที่น่าสนใจที่อยากจะพูดมากมาย แต่กลับพูดมันออกมาด้วยความไม่มั่นใจเท่าไหร่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะมันอาจทำให้คุณถูกมองข้ามไปได้ ดังนั้น คุณควรจะสามารถนำเสนอตัวเองด้วยความมั่นใจและทำให้อีกฝ่ายหยุด และฟังคุณได้

คุณไม่ควรพูดผิดๆ ถูกๆ หรือพูดเสียงดังเกินไป งานวิจัยหนึ่งกล่าวว่า คนที่พูดในโทนเสียงที่ต่ำ และพูดอย่างใจเย็น จะเป็นคนที่ผู้คนส่วนใหญ่มักให้ความสนใจและอยากฟังมากกว่า

5. การสบตา

วอร์เรน บัฟเฟตต์1

การสบตาใครสักคนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณมีความมั่นใจและให้ความสนใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดอยู่ ซึ่งประเทศในแถบตะวันตก อย่างสหรัฐอเมริกา การสบตาถือเป็นสัญลักษณ์ว่าคุณให้เกียรติผู้พูด อีกทั้งยังบ่งบอกว่าคุณกำลังสนใจสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูด ในทำนองเดียวกันการที่คุณเหม่อลอยไม่สบตาคู่สนทนา ก็จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าคุณไม่ให้เกียรติหรือสนใจเขาเลยเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตาม อะไรที่มากไปก็ย่อมไม่ดีนัก การที่คุณจ้องมองอีกฝ่ายเกินไปโดยไม่กระพริบตาเลยก็อาจทำให้คุณถูกมองในแง่ลบได้เช่นเดียวกัน

6. การใช้ภาษากาย

Flickr|Stuart Isett/Fortune
Flickr|Stuart Isett/Fortune

จิตวิทยามนุษย์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ มนุษย์เรามักจะทำตามภาษากายของคู่สนทนาโดยไม่รู้ตัว ลองนึกถึงเวลาที่มีคนหาวหนึ่งคนในกลุ่ม แล้วก็จะมีคนหาวตามๆ กันไป การยิ้มให้กันก็เช่นกัน เมื่อมีคนยิ้มให้ก็มักจะได้รับการยิ้มตอบกลับมาเสมอ อันที่จริงแล้วมนุษย์มีเซลล์ประสาทส่วนหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ด้านการสังเกตสีหน้าท่าทาง ซึ่งเซลล์ประสาทเหล่านี้แหละเป็นตัวที่ทำให้เกิด ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Mirroring Reaction) เพราฉะนั้นเมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าคุณยิ้มให้ เซลล์ประสาทนั้นจะทำงานและทำให้เขายิ้มตอบกลับมา จากงานวิจัยเผยว่า คนที่มักมีความรู้สึกคล้าย ๆ กัน มักจะเป็นคนที่ต่างฝ่ายต่างให้ความไว้ใจต่อกัน และเข้าใจซึ่งกันและกันด้วย

 

Source : Business Insider


คู่มือประสบความสำเร็จ @sumrej