เคยรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีวินัยบ้างไหม? มาชม 6 วิธี ‘จัดการเวลา’ เพื่อให้ชีวิตราบรื่นยิ่งขึ้น

4099
เคยรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีวินัยบ้างไหม? มาชม 6 วิธี 'จัดการเวลา' เพื่อให้ชีวิตราบรื่นยิ่งขึ้น

หนึ่งวินัยสำคัญที่จะช่วยให้คนเราประสบความสำเร็จก็คือเรื่องของการจัดการกับเวลา หลายคนมักบอกเสมอว่าเราต้องเป็นนายของเวลา เพราะการจัดการเวลาไม่ได้นั้นส่งผลเสียต่อตัวเราอย่างมหาศาล มันจะทำให้เราพลาดโอกาสมากมาย ทำให้เรากังวลอยู่ตลอดและหาทางออกหรือหาวิธีแก้ปัญหาไม่ทันกาล ตัวอย่างเช่น เคยไหมที่มีงานค้างที่คุณจะต้องทำให้เสร็จภายในคืนนี้ ทั้งที่คุณมีเวลาทำก่อนหน้านี้ตั้งมากมาย หรือเคยไหมที่บางครั้งคุณก็จัดวางตารางงานไว้อย่างดีแต่ก็ทำตามไม่ได้สักที หรือทำอะไรก็ไม่ค่อยทันและไม่ค่อยสำเร็จตามเป้า เป็นต้น

แต่ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็ตามแต่ ให้รู้ไว้ว่าเรื่องพวกนี้แก้ไขได้ วันนี้เราจึงมี 6 เคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณมีวินัยและจัดการเวลาได้ดีขึ้น ลองไปชมกัน!

“เราต้องเป็นนายของเวลา”

1. ประเมินดูสิว่า “คุณใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง?”

คุณเคยรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาบ้างไหม? หรือหลาย ๆ ครั้งคุณก็ทำงานเสร็จไม่ทันตามกำหนด หรือบางครั้งคุณก็ไม่มีเวลาผ่อนคลายเลย แน่นอนล่ะว่าในแต่ละวันเรามีสิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่ทำให้เรายุ่งหรือไม่ว่าง แต่เราก็มีเวลาเท่ากันทุกคนไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมคุณถึงหาเวลาที่จะทำสิ่งที่คุณอยากทำไม่ได้ล่ะ? บางทีอาจจะเป็นเพราะการใช้ชีวิตของคุณที่ไม่ค่อยมีการจัดระเบียบนั่นเอง

อย่างเช่นถ้าคุณต้องทำงานวันละ 12 ชั่วโมง คุณก็ต้องตั้งคำถามแล้วล่ะว่า “ทำไมต้องทำงานเยอะขนาดนี้” หรือทำไมใช้เวลาทำงานเยอะขนาดนี้ อยากให้คุณลองคิดดูว่าคุณใช้เวลาไปกับการทำอย่างอื่นในขณะที่ทำงานหรือเปล่า เช่นคุณอาจจะเปิดดูมือถือทุกๆ 5 นาที พอทำหลายๆ ครั้งมันก็กินเวลาไปเยอะเลย ลองปิดมือถือระหว่างทำงานดูสิ คุณอาจจะพบว่าคุณใช้เวลาในการทำงานแต่ละอย่างน้อยลงไป และนี่คือขั้นแรกของการจัดการเวลา คุณต้องประเมินให้ดีว่า “เวลาที่มีอยู่  คุณจะใช้ทำอะไรบ้าง”

2. จัดการเวลาให้ฉลาด

การจัดการเวลานั้นเป็นเรื่องยาก ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในด้านนี้คุณต้องใช้ planner โดยอาจจะเป็นสมุดจดหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็ได้ เอาตามที่คุณถนัด และที่สำคัญมันต้องมีปฏิทินให้ด้วย คุณจะได้รู้ว่ามีอะไรสำคัญบ้างที่ต้องทำให้แต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ หรือแต่ละเดือน

การจัดการเวลาอย่างชาญฉลาดในทีนี้ก็คือ คุณต้องจดลง planner อย่างเป็นระบบ และไม่มากเกินไป ถ้าคุณจดสิ่งที่ต้องทำไว้มากเกินไป หรือจดแต่เรื่องยิบย่อย มันจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยได้ เพราะคุณต้องมีเวลาพักผ่อนบ้าง อย่าลืมที่จะให้เวลาว่างกับตัวเอง

3. วางแผน จัดลำดับความสำคัญ และทำตามเป้าหมาย

หลายคนล้มเหลวกับการจัดการเวลาเพราะว่าพวกเขาไม่วางแผน ไม่จัดลำดับความสำคัญ และไม่ทำยอมตามแผนที่วางไว้ ซึ่งวิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ การค่อย ๆ ฝึกทำจนเป็นกิจวัตร

คุณต้องสร้างตารางเวลาไว้ และเขียนสิ่งสำคัญที่จะต้องทำลงไป กำหนดเวลาว่าแต่ละอย่างควรใช้เวลาเท่าไหร่ จัดลำดับความสำคัญให้แต่ละภารกิจ และทำตามตารางนี้อย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่น ถ้าคุณต้องเช็คอีเมล์ ก็ควรจะกำหนดให้ทำในช่วงเวลาเดิม ๆ ของทุกวัน

4. เก็บสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นที่เป็นทาง

เคยไหมเวลาที่หาของที่ต้องการแล้วไม่เจอสักที คุณลองคิดดูสิว่ามันเสียเวลามากแค่ไหน อย่างเช่นกุญแจรถ หรือรีโมทที่มักจะใช้บ่อย ๆ แต่ดันหาไม่เจอซะนี่ วิธีแก้ก็คือ หาที่เก็บสิ่งของเหล่านี้ให้หาง่าย ๆ แต่ต้องเก็บไว้ที่เดิมทุกครั้ง จะได้ไม่เสียเวลาหาไปโดยเปล่าประโยชน์

5. เลิกนิสัยแย่ ๆ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณไร้ระเบียบก็คือคุณมีนิสัยแย่ ๆ ที่ทำให้คุณจัดการตัวเองไม่ได้ ถ้าคุณอยากจะจัดการเวลาได้คุณก็ต้องเลิกทำนิสัยเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น การรับผิดชอบงานที่มากเกินความสามารถของตัวเอง คุณต้องรู้ว่าตัวเองทำได้แค่ไหน การทำงานมากไม่ได้หมายความว่าจะส่งผลดี กลับกันมันยิ่งทำให้คุณเหนื่อยและจัดการเวลาไม่ได้มากขึ้นเท่านั้น

หรือแม้แต่การทำหลายอย่างพร้อมกันก็เป็นนิสัยที่ควรเลิก เพราะแทนที่จะทำให้เราทำงานได้ดีขึ้นและมากขึ้น มันกลับทำให้เราใช้เวลาในการทำงานแต่ละอย่างนานขึ้นกว่าเดิม สุดท้ายแล้วเราก็ใช้เวลาทำงานเพิ่มขึ้นกว่าปกติจนบางงานไม่สำเร็จตามแผนได้ เพราะฉะนั้นทำสิ่ง ๆ หนึ่งให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปทำสิ่งต่อไปจะดีกว่า

6. เรียนรู้และจัดการปัจจัยภายนอกที่ทำให้เราเสียเวลา

ปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมลำบากก็มีผลต่อการจัดการเวลาเหมือนกัน เช่น เพื่อนมาเยี่ยมบ้านแล้วไม่ยอมกลับสักที หรือมีคนชวนเราคุยนาน ๆ ทั้งที่เรามีสิ่งที่ต้องทำเยอะแยะไปหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ที่จะหาวิธีรับมือเอาไว้ เพราะยิ่งเออออตามสถานการณ์ยิ่งทำให้เราเครียดและเร่งรีบยิ่งกว่าเดิม ดังนั้น ถ้าไม่ว่างจริง ๆ ก็ลองแจ้งให้คนอื่นทราบล่วงหน้าหรือบอกอย่างสุภาพว่าคุณต้องการเวลาส่วนตัวสักพักก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีทีเดียว

Source : Entrepreneur