ทำไม “การมีสติ” ถึงเป็นสุดยอดนิสัย ที่ช่วยสร้างความสำเร็จ?

3709

มีอะไรตั้งมากมายที่คุณสามารถฝึกฝนให้ติดเป็นนิสัยเพื่อนำพาตัวเองไปสู่ความสำเร็จ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็เช่น การวิ่ง คนที่วิ่งออกกำลังกายเป็นประจำจะเห็นถึงข้อดีของการวิ่งอย่างชัดเจน เช่น มีพละกำลังมากขึ้น สมองปลอดโปร่ง และโรคภัยไข้เจ็บน้อยลง แต่สำหรับบางคน การวิ่งก็ดูจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะมันเป็นนิสัยที่ต้องแลกมาด้วยความพยายามอย่างหนักหน่วง หยาดเหงื่อ หรือบางทีอาจรวมถึงความเจ็บปวดและบาดแผลด้วย

โชคดีว่ายังมีนิสัยอีกอย่างหนึ่งที่มีผลต่อความสำเร็จของคุณ เช่นเดียวกับการวิ่ง เพียงแต่นิสัยที่ว่าต้องใช้ความพยายามพอ ๆ กับการเตือนตัวเองให้มองซ้ายมองขวาทุกครั้งก่อนข้ามถนนเท่านั้นเอง ไม่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ และที่สำคัญ คุณไม่ต้องปรับเปลี่ยนตารางชีวิตคุณเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งนิสัยที่ว่าก็คือ การเป็นคนมีสติ!

mindfulness

การเป็นคนมีสติ คืออะไร?

คนส่วนมากจะเข้าใจว่าการมีสติคือการนั่งนิ่งๆ หายใจเข้าลึกๆ และมีสติกับลมหายใจของตัวเอง แต่แท้จริงแล้ว การเป็นคนมีสติมันง่ายกว่านั้นมาก และก็ให้ประโยชน์กับคุณมากมายเช่นกัน

การเป็นคนมีสติ คือ การเปลี่ยนจาก “การคิด” เป็นการ “ตระหนักถึงความคิด”

การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ นี้จะเปิดให้เรามองเห็นความคิดและรับรู้ความรู้สึกนั้นๆ อย่างแท้จริง ซึ่งจะส่งผลให้เราตระหนักถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่มากขึ้น

เราสามารถเปลี่ยนแปลงและเป็นคนมีสติได้ทุกเมื่อ จริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่ก็ทำเป็นปกติอยู่แล้วล่ะ แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม อย่างไรก็ตาม การมีสติเช่นนี้ก็คงอยู่ไม่นานนัก ไม่กี่วินาทีเราก็มักกลับไปอยู่กับความคิดของตัวเองอีก มันจึงไม่ค่อยส่งผลดีให้เห็นชัดเจน เหมือนกับการที่เราจะไม่ได้ประโยชน์จากการวิ่งหากเราวิ่งเพียงวันละ ไม่กีนาทีนั่นเอง ดังนั้น เราจึงต้องตั้งใจฝึกสติจริงๆ เป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้ได้ประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่!

    • การมีสติ ช่วยให้ ‘ความเครียดลดลง’
    • การมีสติ ช่วยให้ ‘ทักษะการตัดสินใจดีขึ้น’
    • การมีสติ ช่วยให้ ‘ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) เพิ่มขึ้น’

‘การมีสติ’ ส่งผลต่อ ‘ความสำเร็จ’

ระบายสี

คุณอาจสงสัยว่าเพียงแค่สิ่งเล็กๆ เท่านี้ทำไมจึงให้ประโยชน์มากมายนัก นั่นก็เป็นเพราะว่าสติคือตัวควบคุมจิตใจของเรา ทุกสิ่งที่เราทำ ทุกความล้มเหลวที่เกิดขึ้น คือผลลัพธ์ของการทำงานของความคิดและจิตใจของเราเองทั้งสิ้น ซึ่งบรรดานักวิทยาศาสตร์เองก็กำลังวิจัยเกี่ยวกับสมองเพื่อค้นหาวิธีพัฒนาการทำงานของมันอยู่ด้วย

ยกตัวอย่างเช่น คนที่ฉลาด มากความสามารถ แต่กลับยังไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตสักที อาจจะเป็นเพราะว่าระบบความคิดและจิตใจของคนๆ นั้นอาจยังทำงานไม่ดีเท่าที่ควร เขาอาจจะตัดสินใจพลาดไป ไม่มีหลักการฝึกฝนตัวเอง สร้างและรักษาความสัมพันธ์ไม่ดีเท่าที่ควร หรืออาจจะทั้งสามอย่างรวมกันก็เป็นได้

นอกจากนี้ก็จะมีคนที่ไม่ได้ฉลาดและไม่มีความสามารถมากมาย แต่กลับประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างเหลือเชื่อ นั่นอาจเป็นเพราะคนคนนั้นมีความคิดและจิตใจที่ทำงานอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ตัดสินใจอย่างถูกต้อง มีการฝึกฝนตนเอง รวมถึงรู้จักพัฒนาและรักษาความสัมพันธ์เป็นอย่างดีนั่นเอง

หยุดเป็นเหยื่อของ ‘ความคิด’

ผู้ชายนั่งคิด

การมีสติคือตัวช่วยในการทำลายอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ขัดขวางจิตใจไม่ให้ทำงานได้เต็มที่ นั่นก็คือ การใช้ชีวิตโดยให้ความคิดเป็นใหญ่ เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เท่ากับว่าเราคือเหยื่อของทุกความคิดที่ผุดขึ้นมาจากสมองของเรา หากเราคิดบวก ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะไปในทางที่ดี แต่หากเมื่อไรก็ตามที่คิดลบ ชีวิตคุณก็จะไปในทางลบเช่นกัน

เมื่อไรก็ตามที่เรามีสติ ระบบความคิดของเราก็ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากว่าเราจะสามารถมองความคิดของตัวเองอย่างเป็นกลาง ปฏิกิริยาความคิดต่างๆ จึงไม่อาจควบคุมเราได้อีกต่อไป แต่เราจะมีทักษะในการตอบสนองโดยคำนึงถึงหลักการและความเชื่อที่เรายึดถือแทนที่จะใช้อารมณ์และความคิดแวบแรก

แม้ว่าการฝึกสติอาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่สามารถพัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จ แต่มันก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตด้านอื่นๆ ได้ด้วย แต่เดิม การฝึกฝนสติมีขึ้นเพื่อช่วยให้เรามีความสุขและเป็นคนที่ช่างเห็นอกเห็นใจ ซึ่งวิทยาศาสตร์ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง เมื่อไรก็ตามที่เราฝึกฝนอย่างถูกต้อง เราก็จะมีความสุขขึ้น ซึ่งจะทำให้เราแสดงออกต่อผู้อื่นในทางที่ดีขึ้นด้วย

Source: Success


คู่มือประสบความสำเร็จ @sumrej