9 วิธีง่ายๆ ในการเริ่มบทสนทนากับผู้อื่นได้อย่างไร้กังวล

25219

รู้หรือไม่? การพูดในที่สาธารณะ(Public Speaking) เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่บอกว่าน่าหวาดกลัว นอกจากการขึ้นไปพูดบนเวทีต่อหน้าผู้ชมมากหน้าหลายตาแล้ว ก็ยังมีอีกหลายคนที่มองว่า การเริ่มบทสนทนาตัวต่อตัวกับใครสักคนเป็นเรื่องที่ยากพอๆ กัน

พูดในที่สาธารณะ

ไม่ว่าคุณจะอยากคุยกับ CEO ของบริษัท เพื่อนร่วมงานคนใหม่ พนักงานหนุ่มหน้าตาดี พนักงานสาวฝ่ายไอที หรือแม้แต่คนแปลกหน้าที่เจอบนท้องถนน ทางเรามีวิธีในการเริ่มต้นบทสนทนามาแนะนำ และถ้าคุณฝึกทำไปเรื่อยๆ แน่นอนว่ามันก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

ลองใช้วิธีเหล่านี้ในการเริ่มพูดคุยกับผู้คนดูสิ:

ไม่คุยเรื่องสัพเพเหระ
“ทำไมวันนี้อากาศไม่ดีเลย?” หรือ “ทีม…(ชื่อทีมฟุตบอล)… เป็นไงบ้าง?” เป็นประโยคเริ่มต้นบทสนทนาที่ห่วยพอๆ กับคำพูดจีบสาวที่ทั้งเชยและเสี่ยว พยายามหลีกเลี่ยงหัวข้อที่ซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย เพราะทุกๆ สถานการณ์มีความแตกต่างกันไป คุณจึงควรหาเรื่องคุยที่ไม่ซ้ำซากด้วยเช่นกัน

ถามความคิดเห็นของคู่สนทนา
ทุกคนย่อมมีความคิดเห็นของตัวเอง ถ้าคุณคุยกับคนที่รู้จักแบบผิวเผิน อาจจะเริ่มด้วยหัวข้อง่ายๆ เช่น อาหาร ดนตรี หรือบรรยากาศ ฯลฯ “คุณชอบดื่มกาแฟประเภทไหน?” “คุณชอบดูหนังสยองขวัญรึเปล่า?” หรือ “คุณชอบเพลงนี้ไหม?” นอกจากนี้ จะเป็นการดีกว่าหากเลี่ยงหัวข้อฮอตฮิตอย่างการเมืองไปก่อน เว้นแต่ว่าคุณจะรู้จักคู่สนทนาดีพอแล้ว

ขอคำแนะนำ
วิธีนี้ใช้ได้ผลดีมากๆ อย่างเวลาจะพูดคุยกันเกี่ยวกับเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับของอีกฝ่าย เช่น “ไทด์ของคุณสวยจังเลย ซื้อที่ไหนมาเหรอ?” หรือเรื่องอาหาร เช่น “คุณกินอะไรอยู่? ดูน่ากินมากเลย” เป็นต้น มีงานวิจัยจากจิตวิทยางานหนึ่งได้กล่าวว่า “หากคุณต้องการความเชื่อใจจากใคร ให้คุณขอความช่วยเหลือจากคนๆ นั้น”

พูดคุย

ถามคำถามที่ตอบง่าย
เป็นวิธีที่ดีมากถ้าหากคุณรู้ว่าคู่สนทนาของคุณเก่งในเรื่องใด แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการเริ่มต้นด้วยการถามในเรื่องที่ซับซ้อนหรือยากมากๆ เพราะคู่สนทนาของคุณอาจจะรู้สึกเหมือนถูกสั่งอยู่ก็ได้ แต่ไม่เป็นไรในกรณีที่บทสนทนาเป็นตัวนำพาไป

พูดถึงสิ่งที่อยู่รอบตัว
ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็จะมีสิ่งต่างๆ ให้นำมาพูดคุยกันได้เสมอ เช่น ดนตรีที่เปิดอยู่ อาหาร แสงไฟ และอีกมากมาย แม้กระทั่งเวลาที่อยู่ในลิฟต์กับใครสักคน คุณก็สามารถดึงเรื่องดนตรี ความเร็วของลิฟท์ หรือความแออัดในลิฟต์มาพูดคุยกันได้เสมอ

ถามเรื่องความคืบหน้า
ถ้าคุณแทบไม่รู้จักคู่สนทนาของคุณ หรือรู้จักห่างๆ แต่ไม่เคยคุยกันเลย ลองถามเกี่ยวความคืบหน้าของสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ก็ได้ เช่นว่า “ได้ยินว่าเธอเข้าคอร์สเรียนเต้นมา เป็นยังไงบ้างล่ะ?”

ถ้าเป็นไปได้ ควรถามคำถามแบบปลายเปิด
ไม่ต้องแปลกใจหากได้รับคำตอบสั้นๆ แค่ใช่หรือไม่ใช่จากคู่สนทนา เพราะคำถามที่คุณถามอาจกำหนดให้ตอบได้เพียงแค่นั้น การเตรียมคำถามเพื่อต่อบทสนทนาไว้จะช่วยให้บทสนทนาลื่นไหลได้

ถ้าคุณถามคู่สนทนาว่า กำลังกินอะไรอยู่ อาจจะถามต่อได้ว่า “คุณรู้ไหมว่าอาหารจานนี้กินกับไวน์อะไรจะเข้ากันที่สุด?” การถามว่า “ทำไม” เป็นคำถามที่สามารถต่อบทสนทนาได้เป็นอย่างดี (แค่อย่าถามบ่อยเกินไป ไม่งั้นคุณอาจจะดูเหมือนเด็กไม่รู้จักโต)

ถามคำถามเชิงสมมุติ
คำถามทำนองนี้เป็นการเริ่มบทสนทนาที่ดีทีเดียว ถ้าคุณโยงให้เข้ามาสู่เรื่องใกล้ตัวหรือเรื่องในปัจจุบันได้เพื่อไม่ให้ฟังดู Random จนเกินไปอย่างเช่น “เราเพิ่งดูหนังเกี่ยวกับที่เขายกเลิกกฏหมายมาด้วยแหละ แล้วถ้าเป็นเธอ เธอจะทำยังไง ถ้าเกิดไม่มีกฏหมายข้อนี้ขึ้นมา?”

ถามเรื่องลูกๆ สัตว์เลี้ยง หรืองานอดิเรก
คนทั่วไปมักจะชอบพูดเรื่องที่เกิดความสำคัญกับตัวเอง ถ้าคุณรู้ว่าเจ้านายมีงานอดิเรกคือการปีนเขา ลองถามเกี่ยวกับทริปล่าสุดที่เจ้านายไปดูสิ จะเป็นการเริ่มบทสนทนาที่ดีสำหรับเขาทีเดียวล่ะ

หากคุณมีวิธีเริ่มบทสนทนาส่วนตัวที่อยากแนะนำ ก็ลองคอมเมนต์มาแบ่งปันกันได้เลยครับ

 

Source : Business Insider