7 เคล็ดลับ ในการเรียก “ความมั่นใจ” ของคุณให้กลับมา

2807

การขาดความมั่นใจนั้นเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะถ้าเรารู้สึกว่าตนเองไม่มีความสำคัญหรือผิดแปลกไปจากใครๆ เช่น เป็นคนที่มีอายุน้อยที่สุดหรือมากที่สุดในที่ทำงาน เป็นคนเก็บตัว เป็นคนคิดต่าง หรือว่าเป็นแกะดำในกลุ่ม ซึ่งสาเหตุเหล่านี้เองที่อาจทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจในความคิดและการกระทำของเรา ทำให้ต้องย้ำคิดย้ำทำ รู้สึกกลัวไปเสียทุกอย่าง แต่อย่าได้เป็นกังวลไปเลยเพราะ 7 เคล็ดลับดี ๆ เหล่านี้แหละ ที่จะมาช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณ ได้อย่างแน่นอน มาชมกัน!

1. จงกล้าตัดสินใจ

สิ่งสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นใจนั้น ล้วนมาจาก ‘การตัดสินใจ’ ของเราเอง

มีความเป็นไปได้ว่าจริง ๆ แล้วคุณน่ะมีคุณสมบัติมากเกินพอสำหรับงานที่ทำอยู่ เพียงแต่ว่าคุณอาจมีความมั่นใจไม่มากพอที่จะแสดงศักยภาพเหล่านั้นออกมาก็ได้นะ ดังนั้นแทนที่จะโฟกัสในเรื่องพัฒนาทักษะการทำงานอย่างเดียว ลองหันมาเสริมสร้างความมั่นใจดูสักหน่อยไหม ซึ่งสิ่งสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นใจนั้น ล้วนมาจาก ‘การตัดสินใจ’ ของเราเอง

โดย แคทตี เคย์ (Katty Kay) และ แคลร์ ชิพแมน (Claire Shipman) ผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Confidence Code ได้กล่าวไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าวว่า “เราทุกคนสามารถเลือกสร้างความมั่นใจให้กับตนเองได้ แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อเราเลิกพยายามทำอะไรให้สมบูรณ์แบบ และยอมรับความล้มเหลวให้ได้เสียก่อน” พยายามอย่าคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าในแง่ลบ แล้วลงมือทำเลย ไม่เป็นไรหรอกหากคุณเกิดล้มเหลวขึ้นมา เมื่อเวลาผ่านไป การรับมือกับความล้มเหลวจะง่ายขึ้นเอง และจะช่วยให้คุณมีความมั่นใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน

2. จงจำไว้ว่าทุกอย่างไม่จำเป็นต้อง “สมบูรณ์แบบ”

เชื่อไหมว่า? ความล้มเหลวและการยอมเสี่ยงเป็นพื้นฐานสำคัญของความมั่นใจ โดย Cara Maksimow นักสังคมสงเคราะห์ชาวอเมริกัน ได้กล่าวไว้ว่า ผู้หญิงสามารถเอาชนะการมีแนวโน้มที่จะยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ (perfectionism) ได้ โดยเริ่มจากการยอมรับว่าชีวิตนั้นไม่ได้มีความแน่นอนเสมอไป ซึ่งเธอบอกกับผู้คนที่เข้ามาปรึกษาเธอเสมอว่า ให้ลองจินตนาการเปรียบเทียบงานที่ยากและท้าทายให้เหมือน ‘ขั้นบันไดขั้นล่างสุด’

“พวกเราหลายคนคงคิดว่าเราจะต้องเห็นก่อนว่าด้านบนของบันไดนั้นเป็นอย่างไร ถึงจะก้าวขึ้นไปได้ใช่ไหม แต่จริง ๆ แล้วในการที่จะก้าวขึ้นบันไดเพียงหนึ่งขั้นนั้น เราไม่จำเป็นต้องเห็นด้านบนก่อนเลยด้วยซ้ำ”  เธอกล่าว  “จงบอกกับตัวเองว่า โอเค แค่ลองก้าวขึ้นไปสักขั้น แล้วดูว่ามันเป็นยังไง เพราะคุณก็ยังย้อนกลับลงมาได้เสมอ” ดังนั้น ไม่ต้องลังเลหากคุณคิดจะทำงานที่ท้าทาย หรือได้รับโจทย์ยาก ๆ มา ถ้าคิดได้เช่นนี้ ความมั่นใจของคุณก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

3. จงใช้ประโยชน์จากความมั่นใจที่คุณมีอยู่แล้ว

จริง ๆ แล้วคุณมีความมั่นใจมากกว่าที่คุณคิด ในชีวิตประจำวันคุณต้องตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ มากมาย เช่น การเลือกว่าจะทานอะไรดีเป็นอาหารกลางวัน หรือการคิดข้อความที่จะส่งไปหาคนสำคัญ การตัดสินใจเหล่านี้ต่างก็ต้องใช้ความมั่นใจในระดับหนึ่งทั้งนั้น

“ทุก ๆ วันเราตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ หลายร้อยครั้งโดยแทบไม่รู้ตัว ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ก็ต้องใช้ความมั่นใจขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว” เคย์ และ ชิพแมนกล่าวในหนังสือ The Confidence Code  ดังนั้น เวลาที่ลังเลหรือกลัวในเรื่องใดอยู่ ลองเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเอง ด้วยการย้อนนึกถึงการตัดสินใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันที่คุณทำได้สำเร็จดูสิ มันไม่มีอะไรยากอย่างที่คิดหรอก

 

4. จงมองข้ามเสียงคำพูดเชิงลบที่ดังอยู่ในหัว

เคล็ดลับนี้อาจฟังดูแปลก แต่การคิดให้ออกจากกรอบของความเป็นจริงสักเล็กน้อย ลองมองโลกบวกแล้วมองข้ามอะไรลบ ๆ ไปสักหน่อย ก็อาจเป็นขั้นตอนสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นใจได้เช่นกัน

โดยชิพแมนกล่าวว่าเธอเองก็เพิ่งเริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับแนวคิดนี้และเสริมว่า “ในการดำเนินชีวิต คุณไม่ควรคิดถึงแต่หลักความเป็นจริงหรือคิดคำนวณถึงเหตุผลและความเป็นไปได้ในด้านลบตลอด ไม่อย่างนั้นคุณก็จะไม่กล้าเริ่มลงมือทำอะไรสักที นับเป็นเรื่องแปลกแต่จริง ที่การยึดติดกับความถูกต้องแม่นยำจนเกินไปกลับกลายเป็นสิ่งกีดขวางเราในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วง”

5. จงเริ่มต้นให้เร็ว และเรียนรู้จากความผิดพลาดดูบ้าง

เราควรปลูกฝังให้เด็ก ๆ เห็นถึงข้อดีของการมีความมั่นใจในตัวเองและมองว่าความล้มเหลวเป็นเรื่องปกติตั้งแต่อายุยังน้อย จงกระตุ้นให้พวกเขากล้าที่จะเสี่ยง สอนพวกว่าการทำให้ผู้อื่นพึงพอใจหรือการเป็น “คนดี” ตลอดเวลานั้นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอไป

ชิพแมนเองก็เคยกังวลเกี่ยวกับลูกสาวคนหนึ่งของเธออยู่พอสมควร เพราะลูกเธอคนนี้เป็นเด็กดื้อรั้นและไม่มีความเป็นผู้หญิงเอาเสียเลย “จนกระทั่งได้มาเขียนหนังสือเล่มนี้นี่แหละ ที่ฉันเริ่มจะตระหนักว่าก่อนหน้านั้นฉันพยายามจับเธอใส่ลงไปในแม่พิมพ์มากไป”   เธอกล่าว  “ฉันควรเปิดโอกาสให้เธอได้ลองทำสิ่งต่าง ๆ เอง ลองล้มเหลว และเรียนรู้จากความผิดพลาดดูบ้าง เพราะด้วยวิธีนี้เองที่จะทำให้เธอจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่กล้าคิด กล้าทำ มีความมั่นใจ และมีจิตใจเข้มแข็ง”

6. จงอย่ากลัวที่จะขอคำแนะนำ

ชารอน แอนเดอร์สัน ไรท์ (Sharon Anderson Wright) ซีอีโอและประธานบริษัท Half Price Books เธอเริ่มทำงานในธุรกิจของครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยอายุที่ยังน้อย เมื่อต้องบริหารคนที่อายุมากกว่า เธอจึงขาดความมั่นใจอยู่บ่อยครั้ง

“เพราะฉันอายุน้อยกว่าพวกเขา ฉันจึงมักรู้สึกว่าตัวเองไม่ฉลาดเท่าหลาย ๆ คนรอบตัว ตอนนั้นทางบริษัทได้จ้างผู้ เชี่ยวชาญจากนอกบริษัทมาร่วมงานด้วย ฉันตระหนักได้ว่าพวกเขามีความรู้มากกว่าฉันหลายเท่า ฉันจึงพยายามพึ่งพาคนที่ฉันคิดว่าสามารถชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องกับฉันได้” เธอกล่าว ดังนั้น ถ้าคุณอยากเพิ่มความมั่นใจให้มากขึ้นล่ะก็ การฝึกให้ตนเองกล้าขอคำแนะนำจากคนรอบข้าง คนที่มีความรู้ความชำนาญในด้านนั้น ๆ ก็เป็นวิธีที่ไม่เลวเหมือนกัน

7. จงเข้าข้างและรักตัวเองไว้บ้าง

ชิพแมนได้ให้คำแนะนำนี้แก่คนที่อยากเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง โดยยกตัวอย่างว่า ถ้าบริษัทของคุณมีการประเมินประสิทธิภาพในที่ทำงานของพนักงาน และคุณได้รับผลการประเมิน ในเชิงบวก 80% ส่วนอีก 20% เป็นคำวิจารณ์เชิงลบ แทนที่คุณจะจมปลักอยู่กับคำวิจารณ์เชิงลบเหล่านั้น (เหมือนกับที่ใครหลายคนชอบทำ) ขอให้คุณลองคิดใหม่ว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกที่ได้รับ คำวิจารณ์ในทำนองนี้ จงเตือนตัวเองว่าอย่างน้อย ผลการประเมินส่วนใหญ่ของคุณก็ออกมาดีนะ “เคล็ดลับนี้มีความสำคัญในการจัดการกับอาการคิดมาก และการจมปลักกับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เพื่อให้คุณเดินหน้าต่อไปได้” ชิพแมนกล่าว

Source : Success


คู่มือประสบความสำเร็จ @sumrej