6 นิสัยแย่ๆ ที่คุณ “ต้องหยุดทำ” ได้แล้ว เพื่อประสบความสำเร็จ

8188

ผู้ประกอบการหน้าใหม่หลายคนไม่สามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้ได้เต็มที่ โดยที่ไม่รู้สาเหตุว่าเพราะเหตุใด หลายครั้งที่พวกเขามีพร้อมทั้งไอเดียที่ดีและเงินทุนในการเริ่มกิจการ แต่ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไร ธุรกิจก็ยังล้มเหลวอยู่ดี แล้วคุณล่ะ มีความเชื่อมั่นว่าตัวเองจะประสบผลสำเร็จ…แต่ท้ายที่สุดก็ยังผิดหวังตลอดอยู่หรือเปล่า?

ถ้าใช่ล่ะก็ มั่นใจได้เลยว่าคุณอาจมีนิสัยที่แย่ๆ โดยไม่รู้ตัวอยู่พอสมควร นิสัยเหล่านี้มักไม่ส่งสัญญาณเตือนให้คุณรู้หรอกว่ามันกำลังสร้างปัญหาอยู่ เหมือนกับยางรถยนต์ที่มีรูรั่วนั่นแหละ พอรู้ตัวอีกทีก็สายเกินแก้เสียแล้ว

ความสำเร็จมาจาก ทักษะความสามารถ ความอดทน ความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะถึงจุดนั้น และยังต้องอาศัยความเข้าใจพฤติกรรมของตนเองให้ได้ด้วย เพื่อจะได้เปลี่ยนแปลงมันก่อนที่มันจะมาทำลายศักยภาพของคุณแทน

และนี่คือนิสัยแย่ๆ ที่จะส่งผลเสียต่อคุณ ลองถามตัวเองดูสิว่า คุณมีนิสัยเหล่านี้กันบ้างไหม?

1. ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ

นี่เป็นหนึ่งในวิธีการที่เลวร้ายที่สุดในการทำลายตัวคุณเอง เพราะคนไม่เคยทำผิดพลาดก็คือคนที่ไม่เคยลองทำสิ่งใหม่ การพยายามให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบจะทำให้คุณเครียดและขาดแคลนความคิดสร้างสรรค์ได้ งานที่ทำจึงกลายเป็นเรื่องยาก น่าเบื่อ และกินเวลานานมากขึ้นได้

ลองปล่อยให้ตัวคุณเองได้ทำผิดพลาดบ้าง จดจำและเรียนรู้กับความผิดพลาดเหล่านั้นไว้ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักเกิดจากการแก้ไขปรับปรุงข้อผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอุปสรรคใดก็สามารถก้าวข้ามไปได้ยังไงล่ะ

2. ชอบวอกแวก เสียสมาธิง่าย

การเล่นอินเทอร์เน็ต คุยโทรศัพท์ กินของจุบจิบ เม้าท์มอย หรือแชทกับคนนู้นคนนี้ในขณะที่กำลังทำงานอยู่ จะทำให้คุณเสียสมาธิโดยง่ายและทำอะไรได้ไม่ต่อเนื่องนัก  คุณอาจต้องเสียเวลาหนึ่งวันเต็มๆ ไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยก็ได้

การหลีกเลี่ยงในสิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจ มีสมาธิจดจ่อกับงานที่อยู่ตรงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็ควรแบบเวลาทำในช่วงพักเบรคแทน และต้องมีวินัยมากพอที่จะกลับมาทำงานต่อได้เสมอด้วยล่ะ

3. ชอบกดเลื่อนนาฬิกาปลุกออกไปเรื่อยๆ

หลายๆ งานวิจัยพบว่าการกดเลื่อนเวลานาฬิกาปลุกในตอนเช้าออกไปอีก 15 นาที ไม่ได้ช่วยให้เราตื่นมาอย่างสดชื่นมากขึ้นเลย นักวิทยาศาสตร์ค้นพบมานานแล้วว่า ความจริงคนเราจำเป็นที่จะต้องมีช่วงของการหลับลึก (Rapid Eye Movement: REM) ต่างหาก เพื่อเป็นการชาร์จพลังให้ร่างกาย โดยการที่เรากดเลื่อนเวลานาฬิกาออกไปเรื่อยๆ นั้นนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำให้เรารู้สึกอ่อนล้าและเพลียมากกว่าเดิมอีกด้วย

ดังนั้น แทนที่จะเลื่อนเวลาปลุกเพื่อที่จะได้เพิ่มเวลานอนต่อ คุณควรจะตื่นนอนทันทีที่นาฬิกาปลุกดัง แล้วเริ่มทำกิจวัตรประจำวันที่จะทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นจะดีกว่า

4. จัดลำดับงานผิด โดยมักเอางานสำคัญๆ ไว้ทีหลัง

ส่วนใหญเรามักทำงานได้ดีสุดในตอนเช้า พอตกบ่ายแก่ๆ สมองก็จะรู้สึกล้า อย่าเอางานยากๆ หรืองานสำคัญไว้ทีหลัง แต่ควรรีบทำตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะจะได้มีแรงและเวลาในการเอาใจใส่ให้งานออกมาดี พองานเสร็จ คุณก็มีเวลาได้พักผ่อนและเลิกงานโดยไม่รู้สึกค้างคาอีกด้วย

5. ชอบทำหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน

ต่อให้คุณทำอะไรหลายพร้อมกันได้ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำงาน ในความเป็นจริง มีงานวิจัยที่พบว่า การทำหลายอย่างพร้อมกันจะทำให้ความทรงจำในระยะสั้นลดลง และเมื่อเวลาผ่านไป
ความทรงจำในระยะยาวของคุณก็จะลดลงตามไปด้วย

การทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันทำให้คุณพลาดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญไป และยังทำให้เกิดความผิดพลาดมากขึ้นด้วย ดังนั้น ควรจะโฟกัสและจัดลำดับการทำงานแต่ละงานให้เสร็จไปทีละอย่างจะดีกว่า

6. ชอบนั่งทำงานนานเกินไป

 

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แทบทั้งวัน คุณจะพบว่ากระดูกสันหลัง มีความยืดหยุ่นน้อยลง ส่งผลให้หลังช่วงล่าง ไหล่ และลำคอ ตึงและปวดเมื่อย ทั้งยังทำให้ลดระดับการไหลเวียนเลือดไปยังสมองและปอดซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานให้ได้เต็มศักยภาพอีกด้วย

หาเวลาพักจากการทำงานทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อมายืดหลังยืดไหล่บ้าง หรืออาจจะหาเวลาว่างเล่นกีฬา โยคะ หรือพิลาทิส (Pilates) เป็นประจำก็ได้ เพราะการยืดและสร้างกล้ามเนื้อให้ร่างกายจะช่วยลดความเสี่ยงของกลุ่มอาการ Office Sydrome เช่น โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ กล้ามเนื้อหลังหดเกร็ง และโรค RSI (Repetitive-motion injury) เป็นต้น

นิสัยแย่ๆ เหล่านี้ นอกจากจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีแล้ว ยังทำให้คุณห่างไกลความสำเร็จมากขึ้นด้วย จงเริ่มเปลี่ยนนิสัยเหล่านี้นับแต่วันนี้ไปทีละเล็กละน้อย พอเวลาผ่านไป คุณจะพบว่าตนเองนั้นเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นและรู้สึกเข้าใกล้ความสำเร็จมากยิ่งขึ้นด้วย

Source: Entrepreneur