3 เทคนิคที่จะทำให้คุณกลายเป็นคนช่างเรียนรู้

1544

การเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่ามันจะช่วยให้คุณพัฒนาตัวเอง ในชีวิตของคนเราจึงไม่ควรที่จะหยุดเรียนรู้ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรจาก “แก้วที่มีน้ำอยู่เต็ม” ไม่ว่าจะเติมน้ำไปเท่าไหร่มันก็จะล้นออกมาอยู่เสมอ และสื่อให้เห็นด้วยว่าคนประเภทนี้ไม่สามารถเรียนรู้อะไรได้อีกแล้ว เพราะเขาคิดว่าตัวเองรู้ไปซะทุกอย่าง ซึ่งชีวิตของคนเราไม่สามารถที่จะรู้ทุกอย่างได้หรอก ดังนั้นจึงจำเป็นมากๆ ที่เราจะต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต

บทความนี้จะมาแนะนำเทคนิคที่ทำให้คุณกลายเป็นคนที่ช่างเรียนรู้ ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องเป็นนักเรียนนักศึกษา ไม่ว่าคุณเป็นใคร เทคนิคเหล่านี้ก็จะช่วยคุณได้เสมอ เพราะชีวิตคือการเรียนรู้นั่นเอง

1. คิดให้เหมือนเด็ก

ใช่แล้ว คุณต้องมีวิธีคิดคล้ายๆ กับเด็กเล็กที่มักจะสงสัยใคร่รู้ตลอดเวลา และนิสัยแบบนี้นี่เองที่ทำให้เด็กมีความต้องการที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้

เพราะเมื่อเราโตขึ้น ความสงสัยมักจะหายไปโดยที่เราไม่รู้ตัว เรากลายเป็นคนหยิ่งทะนง คิดว่าตัวเองรู้ และปิดกั้นความรู้ใหม่ๆ ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือ เอาความเป็นเด็กกลับมา คุณต้องช่างสงสัย และพยายามหาคำตอบจากสิ่งเหล่านั้น อย่างเช่น ถ้าคุณเห็นบริษัทที่กำลังเปิดใหม่ได้ไม่นาน ประสบความสำเร็จอย่างมาก ความสงสัยก็อาจจะเกิดขึ้นในใจของคุณว่า “ทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จได้รวดเร็วขนาดนั้น?”

2. มีครู หรือคนคอยแนะนำที่ไว้ใจได้

การมีคนสอนจะทำให้คุณเรียนรู้ได้เร็วยิ่งขึ้น และถ้าคนเหล่านั้นเป็นคนที่มีความสามารถแล้วล่ะก็ คุณจะรักการเรียนรู้มากขึ้น การมีคนคอยชี้แนะนั่นหมายความว่า พวกเขาเอาประสบการณ์ของตัวเองมาถ่ายทอดให้กับพวกเรา อะไรที่พวกเขาทำสำเร็จ หรืออะไรที่เคยทำพลาด เราจะได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ในเวลาอันสั้น การมีผู้เชี่ยวชาญมาคอยชี้แนะจึงเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ

3. อ่าน อ่าน และอ่าน

ข้อที่แล้วเราบอกว่าคุณควรจะมีครู คำถามที่คุณอาจจะถามกลับมาก็คือ แล้วจะไปหาคนเหล่านั้นมาจากไหน คำตอบที่เราอยากบอกก็คือ “หนังสือ”

หนังสือ ก็เป็นครูที่ดีได้ และสำหรับบางคนมันอาจจะเป็นครูที่ดีที่สุด การอ่านหนังสือเป็นการรับรู้ถึงประสบการณ์ หรือความรู้ของใครสักคนหนึ่ง เพียงแค่คุณอ่านหนังสือจบหนึ่งเล่ม คุณก็อาจจะได้รู้จักชีวิตของคนคนนั้นที่กำเนินมายายนานหลายปี เมื่อเทียบกับเวลาที่เสียไปแล้ว มันจึงคุ้นค่ามากๆ

เราคิดว่า เพียงแค่คุณได้ไอเดียดีๆ จากการอ่านหนังสือ มันก็คุ้มค่ากับเงินและเวลาที่จ่ายไปแล้วล่ะ

Source :  success


คู่มือประสบความสำเร็จ @sumrej