เทคนิค “ลด โละ ละ” ฝึกลูกให้คิดเอง ทำเป็น กล้าตัดสินใจ จากหนังสือ “เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้น”

1514

เมื่อสังคมปัจจุบันต้องการคนที่ “คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้” เด็กในวันนี้จึงถูกสอนให้มีทักษะรอบด้าน โดยเฉพาะ “การฝึกให้คิด” ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในอนาคต  หน้าที่สำคัญคงหนีไม่พ้นพ่อแม่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อสร้างทักษะเหล่านี้ให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก

เชื่อหรือไม่? พ่อแม่ทุกคน “เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้นได้” ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ อย่าง “การจัดระเบียบข้าวของ”

อาจารย์ฮิเดะโกะ ยะมะชิตะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบข้าวของซึ่งเป็นต้นตำรับ “การลด โละ ละ” คนแรกของญี่ปุ่น ถ่ายทอด 80 เคล็ดลับที่ช่วยให้ลูกคิดเอง ทำเป็น ตัดสินใจได้ ผ่านการจัดระเบียบข้าวของไว้ในหนังสือ “เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้น” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์  สอดแทรกแนวคิดและมุมมองใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการเรียนการสอนในปัจจุบัน ที่เปลี่ยนจาก “การท่องจำ” มาเป็น “การฝึกให้คิด” ผ่านเนื้อหาที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง

คำว่า “ลด โละ ละ” เป็นศัพท์เฉพาะที่ผู้เขียนบัญญัติขึ้นเอง มาจากคำว่า “ดันชะริ (断捨離 / dan-sha-ri)” ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป้าหมายสำคัญของการลด โละ ละ ไม่ใช่การทิ้งข้าวของทุกอย่าง แต่เป็น “การคัดเลือกสิ่งของ” ฝึกคิด พิจารณา และทบทวนความผูกพันของตัวเรากับสิ่งของเหล่านั้น แล้วเลือกทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็นจนได้อยู่ท่ามกลางสิ่งของที่ชอบ  ด้วยเหตุนี้ “การลด โละ ละ” จึงนำมาใช้ฝึก “ทักษะการคิดและการตัดสินใจ” ให้กับเด็กได้

เริ่มแรกพ่อแม่หลายคนอาจสับสน ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ขอแนะนำให้ทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่างก่อน โดยเริ่มง่าย ๆ จากการลด โละ ละข้าวของที่เป็นของพ่อแม่เอง เช่น นิตยสารสักเล่มที่ถูกทิ้งไว้ตรงมุมห้อง พวงกุญแจที่ระลึกเก่า ๆ หรือเสื้อยืดที่ซุกไว้ด้านในสุดของตู้เสื้อผ้าก็ได้ จากนั้นจึงให้ลูกลองจัดระเบียบข้าวของของตน ด้วยกระบวนการคิด-เลือก-ตัดสินใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า “จำเป็น-เหมาะสม-น่าพอใจสำหรับตัวเองในตอนนี้หรือไม่” ซึ่งทั้ง 3 คำถามนี้เป็นการทำงานร่วมกันของสมองซีกซ้ายและซีกขวาที่ช่วยฝึกทักษะการคิดนั่นเอง

กาจัดระเบียบข้าวของ เด็กต้องถามตัวเองซ้ำ ๆ ให้แน่ใจและตัดสินใจให้ได้ว่าจะ “ทิ้ง” หรือ “ไม่ทิ้ง” ของสิ่งนั้น  พ่อแม่ควรปล่อยให้เป็นความคิดของลูกเป็นหลัก อาจให้คำแนะนำได้บ้างแต่ไม่ชี้นำ และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เด็กมีความคิดเป็นของตนเอง เผชิญหน้ากับสิ่งต่าง ๆ ทบทวนความสัมพันธ์ที่มีต่อสิ่งนั้น และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่โทษคนอื่น

เมื่อจัดบ้านได้เรียบร้อย ความคิดก็เป็นระเบียบ สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีคือ “พื้นที่ว่าง” ดังคำกล่าวที่ว่า “หาก็ง่าย หายก็รู้ ดูก็งามตา”  เคล็ดลับอีกอย่างคือ การฝึก “ใช้สายตาเลือกเฟ้น” พิจารณาสิ่งของเป็นประจำ จะช่วยให้ลูกตัดสินใจได้อย่างฉับไวและมั่นใจในตนเอง

ทว่า เวลาฝึกเคลียร์ข้าวของมักมีความคิดต่อไปนี้แวบเข้ามาในหัว เช่น ต่อไปอาจได้ใช้อีก ตอนนี้ไม่ใช้แต่อาจต้องใช้ขึ้นมาก็ได้ มีความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับสิ่งนี้ หรือคนสำคัญให้มาเลยไม่อยากทิ้ง เป็นต้น  อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญคือ การคิด-เลือก-ตัดสินใจโดย “ยึดถือความคิดตัวเองในปัจจุบันเป็นหลัก” ว่าอยากทำอย่างไร เมื่อเด็กกล้าตัดสินใจ จึงนำไปสู่ “ความนับถือตนเอง” ซึ่งนี่แหละคือแก่นแท้ของทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นต่อจิตใจและการมีชีวิตอยู่

ทักษะการคิดซึ่งจำเป็นในอนาคต ไม่อาจสร้างได้จากเทคนิคการทำข้อสอบ แต่เป็นสิ่งที่แลกมาด้วยบททดสอบชีวิตในทุกด้าน และไม่ใช่สิ่งที่จะเคี่ยวเข็ญบีบบังคับตัวเองให้ทำและเห็นผลในเวลาอันสั้น แต่เป็นการทบทวนตัวเองจากเรื่องเล็กๆ ใกล้ตัว ให้ความสำคัญกับลูกและสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

 


ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ  “เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้น” หนังสือน่าอ่านจาก สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์  ใครสนใจอยากอ่านเทคนิคในการฝึกฝนสมองเพิ่มเติม สามารถหาซื้อหนังสือเล่มนี้ได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศครับ


คู่มือประสบความสำเร็จ @sumrej